คำถามพื้นฐานสำหรับการศึกษา เรื่อง ความรับผิดเพื่อละเมิด (๓)

ก่อนร่วมการบรรยายวิชา น.๒๐๑ กฎหมายลักษณะละเมิด จัดการงานนอกสั่งและลาภมิควรได้ (กลุ่ม ๓) เรื่อง ความรับผิดเพื่อละเมิด (๓) ในวันจันทร์ที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๖ ขอให้นักศึกษาศึกษามาตรา ๔๓๒ แห่งประมวลกฎมายแพ่งและพาณิชย์ ประกอบกับตำราหรือหนังสือวิชาละเมิด เช่น คำอธิบายกฎหมายลักษณะละเมิด จัดการงานนอกสั่ง ลาภมิควรได้ พิมพ์ครั้งที่ ๔ โดย รศ.ดร.ศนันท์กรณ์ (จำปี) โสตถิพันธุ์ ตั้งแต่หน้า ๑๑๙ จนถึงหน้า ๑๓๑ แล้วตอบคำถามพื้นฐาน ต่อไปนี้

  • มาตรา ๔๓๒ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติลักษณะหรือองค์ประกอบของการร่วมกันทำละเมิดไว้ว่าอย่างไร
  • ในมาตรา ๔๓๒ วรรคหนึ่ง ความที่ว่า “ความข้อนี้ท่านให้ใช้ตลอดถึงกรณีที่ไม่สามารถสิบรู้ตัวได้แน่ว่าในจำพวกที่ทำละเมิดร่วมกันนั้น คนไหนเป็นผู้ก่อให้เกิดเสียหายนั้นด้วย” หมายความว่าอย่างไร
  • ในมาตรา ๔๓๒ วรรคสอง ความว่า “ยุยงส่งเสริม” แตกต่างจากความว่า “ช่วยเหลือ” หรือไม่ อย่างไร
  • มาตรา ๔๓๒ วรรคสาม บัญญัติการกำหนดสัดส่วนความรับผิดของผู้ทำละเมิดร่วมกันไว้ว่าอย่างไร
  • มาตรา ๗๖ วรรคหนึ่ง บัญญัติกำหนดลักษณะหรือองค์ประกอบให้ผู้แทนของนิติบุคคลหรือผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนไว้ว่าอย่างไร
  • ในมาตรา ๗๖ วรรคหนึ่ง คำว่า “ผู้แทนของนิติบุคคล” แตกต่างจากคำว่า “ผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคล” หรือไม่ อย่างไร
  • ความในมาตรา ๗๖ วรรคหนึ่ง ที่ว่า “แต่ไม่สูญเสียสิทธิที่จะไล่เบี้ยเอาแก่ผู้ก่อความเสียหาย” หมายความว่าอย่างไร
  • มาตรา ๗๖ วรรคสอง บัญญัติกำหนดลักษณะหรือองค์ประกอบความรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหาย ไว้ว่าอย่างไร
  • ในมาตรา ๗๖ วรรคสอง ความว่า “บุคคลดังกล่าวตามวรรคหนึ่ง” หมายความถึงบุคคลใดบ้าง

ขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า คำถามดังกล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงคำถามพื้นฐานที่นักศึกษาสมควรหาคำตอบให้ได้ เพื่อแสดงว่านักศึกษามีความเข้าใจพื้นฐานในเรื่องความรับผิดเพื่อละเมิดเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ในการศึกษาตัวบทกฎหมายประกอบกับตำราหรือหนังสือดังกล่าวข้างต้น นักศึกษาอาจเกิดความสงสัยหรือมีคำถามอื่น ๆ อีก ขออย่าได้ลังเลที่จะนำความสงสัยหรือคำถามเหล่าเช่นว่านั้นไปอภิปรายเพื่อหาคำตอบในห้องบรรยายต่อไป