มาตรการบรรเทาเหตุการณ์ปิโตรเลียมรั่วไหลในทะเลที่อยู่ในเขตอำนาจของราชอาณาจักรไทย

เมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๓ หรือกว่าสามปีมาแล้ว น้ำมันดิบจำนวนมหาศาลได้รั่วไหลจากแท่นเจาะน้ำมันดีพวอเตอร์ ฮอไรซัน ของบริษัทบีพี จำกัด (มหาชน) ในอ่าวเม็กซิโก ผมจึงได้รับเชิญให้ตีพิมพ์บทความ เรื่อง มาตรการบรรเทาเหตุการณ์ปิโตรเลียมรั่วไหลในทะเลที่อยู่ในเขตอำนาจของราชอาณาจักรไทย ในหนังสือ “รพี ๕๓” เพื่อสะท้อนมาตรการทางกฎหมายของไทย หากเกิดเหตุการณ์ทำนองเดียวกันขึ้นในทะเลไทย

จากการศึกษาครั้งนั้น (พ.ศ. ๒๕๕๓) ผมค้นพบว่า พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งเป็นกฎหมายหลักของประเทศไทยในการบรรเทาเหตุการณ์ปิโตรเลียมรั่วไหลในทะเลไทย ได้กำหนดผู้รับผิดชอบเหตุการณ์ แผนการบรรเทาเหตุการณ์และการควบคุมการบรรเทาเหตุการณ์ ไว้พร้อมแล้ว แต่เมื่อพิจารณาลึกลงไปในรายละเอียด ผมค้นพบว่า “แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓-๒๕๕๗” มิได้กำหนดกระบวนการป้องกันและบรรเทาภัยจากเหตุการณ์ปิโตรเลียมรั่วไหลในทะเลไว้โดยตรง คงมีเพียงกระบวนการป้องกันและบรรเทาภัยจากพายุหมุนเขตร้อน อัคคีภัย สารเคมีและวัตถุอันตราย การคมนาคมและขนส่ง และคลื่นสึนามิ เท่านั้น ที่พอจะนำมาใช้บรรเทาเหตุการณ์ปิโตรเลียมรั่วไหลในทะเลได้

เนื่องจากกระบวนการดังกล่าวมาข้างต้นมิได้รับการออกแบบไว้สำหรับบรรเทาเหตุการณ์ปิโตรเลียมรั่วไหลในทะเลโดยตรง ผมจึงได้แสดงความกังวลไว้ในบทความนั้นว่า กระบวนการดังกล่าวมาข้างต้นไม่สามารถช่วยให้ผู้รับผิดชอบเหตุการณ์สามารถควบคุมหรือบรรเทาเหตุการณ์ได้อย่างเหมาะสม ผมจึงได้แนะนำไว้ในบทความนั้นด้วยว่า ผู้รับผิดชอบ ได้แก่

  • กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)
  • คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (กปภ.ช.) และ
  • คณะรัฐมนตรี

สมควรอย่างยิ่งที่จักพิจารณาเพิ่มเติมกระบวนการป้องกันและบรรเทาภัยจากเหตุการณ์ปิโตรเลียมรั่วไหลในทะเลไว้ใน “แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓-๒๕๕๗” หรือแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ฉบับต่อ ๆ ไป ก่อนที่จะสายเกินไป

เหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลในอ่าวไทย เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๖ คงชัดเจนแล้วว่า “สายเกินไป” หรือไม่!

Advertisements

ผู้เขียน: Chacrit Sitdhiwej | ชาคริต สิทธิเวช

ผมเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผมสนใจกฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กฎหมายพลังงาน กฎหมายปกครองและการร่างกฎหมาย I am law lecturer at Thammasat Law School, Bangkok, Thailand. My research interests include natural resources and environmental law, energy law, administrative law and law drafting.