กฎหมายใหม่: พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑

พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๒๗ ก หน้า ๒๙ ถึงหน้า ๔๓ เมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๑ ซึ่งมาตรา ๒ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มีหลักการปรากฏในหมายเหตุท้ายพระราชบัญญัติ ฯ ว่า “เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติส่งเสริมและ รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติให้การจัดทํารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ สิ่งแวดล้อมสําหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพ สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ ให้เป็นตามที่กําหนดในประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ ส่ิงแวดล้อม อันเป็นการไม่สอดคล้องกับมาตรา ๕๘ และมาตรา ๒๗๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งบัญญัติให้มีการจัดทํากฎหมายที่จําเป็นเพื่อกําหนดให้การดําเนินการใดของรัฐหรือที่รัฐจะอนุญาตให้ผู้ใด ดําเนินการ ถ้าการนั้นอาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพส่ิงแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้เสียสําคัญอ่ืนใดของประชาชนหรือชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง ต้องดําเนินการ ให้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนหรือชุมชน และจัดให้มี การรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนและชุมชนท่ีเกี่ยวข้องก่อน เพื่อนํามาประกอบ การพิจารณาดําเนินการหรืออนุญาตตามกฎหมาย ประกอบกับกระบวนการและขั้นตอนการจัดทํา การเสนอ และการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัติดังกล่าว เป็นหลักเกณฑ์การปฏิบัติที่ได้ใช้บังคับเป็นเวลานานแล้ว และในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับสภาวการณ์ ที่เปลี่ยนแปลงไป สมควรปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับการจัดทํารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และระบบการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย และเพื่อให้มีมาตรฐานอันเป็นที่ยอมรับและได้รับความเชื่อมั่นจากทุกภาคส่วน ในการดํารงไว้ซึ่งการรักษาคุณภาพส่ิงแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติควบคู่ไปกับการพัฒนาประเทศอย่างสมดุล จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้”

Advertisements

คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๙/๒๕๕๙ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๙-๒๕๕๙ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วย.png

ยุกติ มุกดาวิจิตร: ปัญหาในงานเขียนของนักศึกษา

สำหรับการศึกษาระดับสูง ผมคิดว่านักศึกษาควรจะต้องใช้ความคิดกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างเป็นระบบ เป็นชุดความคิดที่ใหญ่กว่าเพียงการตอบคำถามบางคำถาม สิ่งที่ควรสอนมากกว่าเนื้อหาความรู้ที่มีอยู่แล้วคือสอนให้รู้จักประกอบสร้างความรู้ให้เป็นงานเขียนของตนเอง ยิ่งในระดับปริญญาโทและเอกทางสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ถึงที่สุดแล้วนักศึกษาจะต้องเขียนบทความวิชาการหรือตัวเล่มวิทยานิพนธ์ หากไม่เร่งฝึกเขียนอย่างจริงจัง ก็คงไม่มีทางเขียนงานใหญ่ ๆ ให้สำเร็จด้วยตนเองได้ในที่สุด 

ถ้าไม่นับว่างานเขียนของนักศึกษามีปัญหาตั้งแต่การตั้งโจทย์ของการศึกษาแล้ว คือถ้ายกปัญหาของการค้นคว้าวิจัยออกไปก่อน สมมติว่าคุณทำวิจัยเป็นแล้ว หรือทำยังไม่เป็นก็แล้วแต่ ขอให้เข้าใจว่า ปัญหาการเขียนเป็นคนละส่วนกับปัญหาการทำวิจัย แม้ว่ามันจะแยกออกจากกันได้ยากยิ่งนักก็ตาม ในข้อเขียนนี้ ผมอยากจะเสนอเฉพาะปัญหาของงานเขียนที่พบบ่อย  

จากประสบการณ์การอ่านงานนักศึกษาและอาจารย์ตลอดเกือบ 20 ปี ของการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยของผม (นับดูแล้วน่าตกใจเหมือนกัน ผมเริ่มเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยตั้งแต่อายุ 28) ผมอยากจะแบ่งปันปัญหาของงานเขียนที่พบดังนี้ …

– See more at: http://blogazine.pub/blogs/yukti-mukdawijitra/post/5561#sthash.7gQt3GbP.dpuf

The Sustainable Development Goals and the Law

ยินดีต้อนรับสู่วิชา น.๗๘๗

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๘ และยินดีต้อนรับสู่วิชา น.๗๘๗ ปัญหากฎหมายเกี่ยวกับการประเมินผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับภาค ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๗ ด้วยความยินดี

วิชา น.๗๘๗ เป็นวิชาบังคับวิชาหนึ่งของสาขาวิชากฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามหลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิชานี้มุ่งหมายให้นักศึกษาได้มีโอกาสศึกษาและทำความเข้าใจประวัติความเป็นมา ทฤษฎี หลักการ เนื้อหาและขั้นตอนการประเมินผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมตามกฎหมาย ในการพิจารณาอนุมัติโครงการหรือกิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้งผลที่ตามมา โดยเปรียบเทียบกับมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ด้วยการเปรียบเทียบกฎหมายไทยกับกฎหมายต่างประเทศ

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางการศึกษาสามารถดูได้ในรายการ น.๗๘๗ ที่เว็บไซต์ชาคริต สิทธิเวช

พบกันในชั้นเรียน ๑๒ สัปดาห์แรกของภาค ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๗

การอภิปรายสรุปบทเรียนที่ได้รับจากการศึกษาวิชา น.๗๘๗ ในส่วนของชาคริต สิทธิเวช

จากการศึกษาวิชา น.๗๘๗ ปัญหากฎหมายเกี่ยวกับการประเมินผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม ในส่วนของผม ประกอบกับการศึกษา

  • กฎหมายไทยว่าด้วย decision-making และ EA
  • Gerry Bates, Environmental law in Australia 8th edition (LexisNexis Butterworths, 2013), pp416-424.
  • Mandy Elliot and Ian Thomas, Environmental impact assessment in Australia: theory and practice 5th edition (The Federation Press, 2009), pp244-288.
  • Jane Holder, “The prospects for ecological impact assessment” in Jane Holder and Donald McGillivray (eds), Taking stock of environmental assessment: law, policy and practice (Routledge Cavendish, 2007), pp259-283. และ
  • Jane Holder, Environmental assessment: the regulation of decision making (Oxford University Press, 2004), pp284-298.

แล้ว ขอให้นักศึกษาร่วมกันอภิปรายประเด็นดังต่อไปนี้ รวมทั้งประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการบรรยาย ครั้งที่ ๑๐ ในวันพฤหัสบดีที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๗

  • Gerry Bates กล่าวถึงปัญหาของ EA หรือ decision-making ไว้ประการใดบ้าง เพราะเหตุใด เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเช่นว่านั้นไว้ประการใดบ้างและเพราะเหตุใด
  • Mandy Elliot และ Ian Thomas กล่าวถึงปัญหาของ EA หรือ decision-making ไว้ประการใดบ้าง เพราะเหตุใด เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเช่นว่านั้นไว้ประการใดบ้างและเพราะเหตุใด
  • Jane Holder กล่าวถึงปัญหาของ EA หรือ decision-making ไว้ประการใดบ้าง เพราะเหตุใด เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเช่นว่านั้นไว้ประการใดบ้างและเพราะเหตุใด
  • แนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาข้างต้นสามารถนำมาใช้เพื่อปรับปรุงกฎหมายไทยว่าด้วย decision-making และ EA ได้หรือไม่ ประการใดบ้าง เพราะเหตุใด

การบรรยาย เรื่อง the public face

นักศึกษาวิชา น.๗๘๗ ปัญหากฎหมายเกี่ยวกับการประเมินผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม สามารถชม จัดเก็บหรือพิมพ์ สไลด์ประกอบการบรรยาย เรื่อง the public face สำหรับวันพฤหัสบดีที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๖ ได้ดังนี้

  • Mandy Elliiott and Ian Thomas, Environmental impact assessment in Australia: theory and practice (Federation Press, 2009), pp75-98.